กลับมาแล้วครับทุกคนและขอไว้อาลัยแด่คุณพ่อของผม
posted on 16 Nov 2009 22:06 by ishin-kuga
กลับมาแล้วครับทุกคน....
และแล้วความอดทนของผมก็จบลงที่เดือนที่ห้าพอดี....ตอนแรกเึคยสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะกลับมาอัพเอ็กทีนตอนได้คอมพิวเตอร์ใหม่ รู้สึกมันเป็นสัญญาที่แพงน่าดู = = ตอนนี้เก็บเงินซื้อเกือบได้แล้ว แต่.....ช็อตเงินไปหลายตลบ และถ้าหากได้เห็นธีมของผมแล้วคงรู้นะครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ไม่อยากให้บล๊อกมันชวนสลดหดหู่ แต่ว่า....ความจริงก็คือความจริง
จริงทีเดียว ที่คุณพ่อของผมนั้น สำหรับผมแล้วไม่ค่อยได้สนิทชิดเชื้อ พ่อที่ไม่ได้เลี้ยงดูผม หรือกระทั่งส่งเสียเงินเรียน แต่ว่า....ถึงจะห่างไกลสักแค่ไหนผมก็ยังรักท่าน เพราะท่านได้ให้หลา่ยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ผมรู้ตัวดีว่าเป็นคนใจไม่แข็งพอ แต่หลังจากเดือนมิุถุนายน.... ตั้งแต่เดือนที่ผมอัพเอ็นทรี่ล่าสุึด นี่ก็ห้าเดือนมาแล้ว หลายๆคนคงลืมผมไปแล้ว แต่ผมไม่ลืมทุกคนหรอกนะครับ หลอกตัวเองดีเหมือนกัน ที่ไม่ยอมเข้าเอ็กทีนเพียงเพราะตั้งใจจะเอาคอมให้ได้ ตอนนี้ยังไงผมก็เอาดีทางใช้คอมร้านไปก่อน เรื่องนั้นว่ากันทีหลัง
ตอนนี้....ผมคิดว่านี่คงเป็นการกลับมาอย่างเป็นทางการ พอซักทีสัญญาบ้าๆที่เอาแต่กดขี่ตัวเอง ผมตัดสินใจแล้ว ถึงแม้ตอนนี้ผมจะไม่มี แต่สักวันก็ต้องมี ไม่เห็นจำเป็นต้องทำตัวปลีกวิเวกแบบนี้...
เอ็นทรี่นี้ผมขอเขียนไว้อาลัยแด่คุณพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว....ผมทำใจไว้นานแล้วครับ เพราะคุณพ่อท่านดื่มเหล้าจัดมาแต่ไหนแต่ไร ถึงแม้จะดูโง่ดีนะที่เขียนในเวลาที่คนๆนั้นไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่อยากเตือนใจให้ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่าน ได้รับรู้...
Oyaji,.Kore wa Saigo no kotoba....sayonara,Oyasuminasai
.....Eien ni....
[คุณพ่อครับ นี่คือคำพูดสุดท้าย...ลาก่อน,ราตรีสวัสดิ์นะครับ]
ตลอดกาล....
ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่ีเคยได้อยู่ได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่ง ที่ใครๆต่างก็บอกผมว่าเขาคือพ่อ คนๆนั้นในความทรงจำเลือนลางตั้งแต่ผมยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ เขาอุ้มและยิ้ม จากนั้นจึงปล่อยผมไว้กับคุณปู่และึุ๊คุณย่า เสียงผู้คนมากมายที่เดินสวนทาง ผมในตอนนั้นไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นการจากลาสุดท้าย ก่อนที่ผมจะโตขึ้น และได้เจอเขาอีกครั้งในอีกสิบปีต่อมา
คุณพ่อของผมเป็นคนที่ทะเยอทะยาน ท่านคิดการณ์ไกลไม่เหมือนคนในหมู่บ้่านหลังเขา ท่านคิดว่าจะต้องไปทำงานเมืองนอก เอาเงินมาจุนเจือครอบครัว กระทั่งรู้ตัวอีกที ท่านก็ทิ้งผมให้อยู่กับคุณแม่ จากไปไกลอย่างที่ผมนึกไม่ถึง ผ่านมาไม่กี่ปี ผมก็ต้องร่อนเร่ไปกับคุณแม่ ชีวิตในตอนนั้นผมก็มีแค่คุณแม่ในสายตา....ใช่...คุณพ่อไม่ติดต่อกลับมาหา ผมไม่เข้าใจเลยว่า ความรักของลูกที่มีต่อพ่อเป็นเช่นไร ในเมื่อตัวผมก็เคยมีึุคุณปู่คอยเลี้ยงดู กระทั่งต้องไปอยู่กับคุณแม่ที่ลำปาง
กระทั่งวันหนึ่งที่ต้องย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่กับคุณย่าและคุณปู่ ผมก็ได้เปลี่ยนไป เกรงกลัวและเกลียดโลกใบนี้ ไม่รู้เป้าหมายในชีวิต ไม่เข้าใจว่าทำไมในวันพ่อหรือวันแม่ถึงมีเราที่เดินอยู่คนเดียว 1ปี 3ปี 5 ปี 8ปี ก็ยังคงเหมือนเดิม ที่ผู้ที่เลี้ยงดูผมยังเป็นปู่กับย่า พวกท่านหัวเก่า....และพยายามปิดกั้นผมมานาน พ่อคือใคร? แม่คือใคร?
และแล้ววันหนึ่งก็มีผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิต ผู้ที่ใครๆต่างบอกผมว่าพ่อ ผมไม่ได้รักท่านมากมาย โทรมาหาก็บางครั้ง และทุกครั้งก็มีเ้สียงร้องไห้ของผู้ชายวัยสามสิบ จากน้ำเสียงอาจเข้าใจยากเสียหน่อย ทำไมกัน...ผู้ชายคนนั้นถึงร้องไห้ ชีวิตในญี่ปุ่นมันแย่เพียงนั้นหรือ? ผมได้แค่คิด แต่ก็ไม่ปริปากบอกอะไร ใครถามว่ารักพ่อไหม ก็ตอบว่ารัก....ทั้งที่จริงๆไม่เข้าใจเลย....รักพ่อ คืออะไรกัน?....
วันหนึ่งได้ข่าวว่าท่านถูกจับได้ว่าขาดพาสปอร์ต ส่งกลับมาไทย ถึงแม้ผมจะทำตัวเย็นชาแค่ไหน แต่ไม่รู้ทำไม ผู้ชายทีึ่ผมรู้จักแค่ในรูปถ่ายเก่าๆ แค่เสียงในโทรศัพท์ แต่ผมกลับกลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ววิ่งเข้ากอดในวันนั้น...
หลังจากกลับไทย ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไร้เศษเงิน พ่อเล่าเรื่องมากมายให้ผมฟัง อยู่ญี่ปุ่นมาสิบปีแล้ว จากหนุ่มบ้านนอกการศึกษาแค่ป.6 เขาคนนั้นทำอย่างไรจึงมีชีวิตได้ในโตเกียว...ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าแต่ละคำพูดกลับเป็นแรงบันดาลใจ ให้ผมมีวันนี้ได้
คุณพ่อ....อาจไม่ได้ดีเด่นมากกว่าใคร ผู้ชายที่ร้องไห้เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิต
คุณพ่อ...อาจไม่ได้ดูดีมากกว่าใคร ผู้ชายที่ซุ่มซ่ามกว่าคนไหนที่ผมเคยเห็น
ข้าวของพัง งานชะงัก เงินตราสูญหาย ดื่มเหล้า เมากระจาย.....ไม่มีดีเลยสักอย่าง....
แต่ทั้งๆที่เก่าเพียงแค่ก่อเรื่อง คนที่บ้านคุณปู่...คุณย่า คุณแม่ที่หย่าขาดไปมีครอบครัวใหม่...เพื่อนบ้าน ญาติสหาย ดูเหมือนไม่มีใครอยากคบหา
แต่ทุกคนก็รัก.....
ผมก็รัก...และคิดถึง ถึงแม้ท่านจะไม่ทำให้ผมมีความสุขเท่าไหร่ แต่คุณพ่อ
คุณพ่อจะยังคงเป็นฮีโร่ในใจ ฮีโร่ผู้ไม่ได้เรื่อง...ฮีโร่ผู้ล้มละลาย.....ฮีโร่....ที่สร้างแรงบันดานใจ...
คนที่ทำให้ผมรักภาษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ผมได้มานั่งเขียนบล๊อก ที่ทำให้ผมกล้าหน้าด้าน ดั้นด้นมากรุงเทพ มาทำงาน มาทำเงิน... มีเพื่อนมากมาย....มีคนเข้าใจ มีอนาคต....
พ่อครับ.....พ่อน่ะขี้โกงรู้ไหม.....พ่อจะรีบจากผมเร็วไปหน่อยไหมครับ? ระดับ4ผมก็สอบผ่านไปแล้ว อีกไม่ไกล..
..อีกไม่กี่ปี....ผมต้องทำให้ได้......
พ่อครับ....พ่อเคยบอกผมว่า พ่ออยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกสักครั้งใช่ไหม? พ่อครับ....ผมเคยสัญญาว่าถ้าผมมีเงินเมื่อไหร่ เราจะไป....ไปญี่ปุ่น แบกกระเป๋าและถือแผนที่เดินเที่ยว พ่อสอนผมให้เที่ยวโดยใช้แค่เงินกับแผนที่ใช่ไหมครับ?
พ่อครับ พี่อน่ะขี้โกงรู้ไหม....พ่อเอาแต่ดื่มเหล้าทั้งที่ผมห้ามปรามไว้หลายครั้ง ถ้าหากพ่อเลิกเหล้าให้ผมได้ ต่อให้เหนื่อยสักแค่ไหน สักวันผมจะพาพ่อกลับไปเที่ยวเมืองแห่งความฝัน ไปที่นั่น.....ไปอย่างมีเกียรติ...
ผมรู้ว่าเวลาย้อนกลับมาไม่ได้ หนล่าสุดเรายังคุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่นกันยาวจนสนุก....ตอนนี้ผมไม่มีคนจะคุยด้วยแล้ว ผมคิดถึง น้ำเสียงเมาๆของคุณพ่อที่เอ่ยถามว่า ภาษาเป็นไงบ้างแล้วลูก พัฒนาขึ้นไหม? มีเงินใช้หรือเปล่า?
ผมรู้ดีว่าพ่อช่วยอะไรผมไม่ได้นอกจากกำลังใจ...แต่พ่อรู้ไหมครับ? ว่าผมดีใจที่ได้เป็นลูกของพ่อ
จากนี้ไป...อย่าห่วงผมนะ ผมสบายดี อย่าห่วงผมเลย....
พ่อครับ แต่ถึงพ่อจะขี้โกงไปหน่อยที่จากผมเร็วเกินไป....พ่อเพิ่งจะ40กว่าๆเองนะครับ....แต่เอาเถอะ ก็ดีแล้ว....พ่อจะได้ไม่เจอโลกอันโหดร้าย....ใบหน้าของคุณพ่อที่ผมชอบที่สุด คือใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม....นะครับ....
ดังนั้น....หลัีบให้สบายนะครับ ขอให้ฝันดี.....ตลอดไป....
ตัวผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไป จะพยายามในส่วนของคุณพ่อ จะดูแลครอบครัวให้ดี....
ราตรีสวัสดิ์นะครับ...
+++++++++
รู้ตัวอีกที....น้ำตามันก็พาลจะไหล ผมคิดว่าคงติดนิสัยเจ้า้น้ำตาจากคุณพ่อมาเสียแล้ว พูดไปก็ขำดีนะ เพราะพ่อนี่เป็นคนซุ่มซ่ามอย่างเหลือเชื่อ(จริงๆนะ) ข้าวของพังไม่เว้นแต่ละวัน ก็คิดอยู่....ไม่แปลกถ้าคุณแม่จะบอกเลิก.....(เหนื่อยใจจริงๆ) มือถือเครื่องแรกคุณพ่อก็ทำมันแลนดิ้งจากประตูรถบรรทุกลงพื้น2เมตรอย่างสวยงาม = =พัง.... แว่นตาก็หักไปหลายหน ได้ข่าวว่าที่บ้านบ่นมา พ่อน่ะชอบทำแว่นหักมาแต่สมัยเด็กประถมแล้วล่ะ
ยังงงไม่หายว่าคุณพ่อท่านอยู่ในโตเกียวโดยขาดวีซ่าได้ยังไงถึง10ปี ผมถึงได้ยกย่องให้เป็นฮีโร่ในใจ ก็ไม่แปลกหรอกครับว่าจขบ.จะบ้าบิ่นติดเชื้อมาจากใคร...รู้มาคร่าวๆว่้าเคยทำงานเป็นพวกพนักงานขับรถแบ็กโฮว์ ลอดใต้อุโมงค์ ซ่อมสายไฟฟ้า ดูแลการก่อสร้าง ทำไปเสียทุกอย่างจนผมทึ่ง พ่อบอกว่าจริงๆส่งเงินมาให้ที่บ้านเยอะแยะ แต่โดนปู่กับย่าปกปิดทรัพย์สิน เอาเป็นว่าใครไม่เชื่อแต่ผมเชื่อนะครับ เพราะเงินเดือนที่โน่นมันก็ไม่ใช่ถูกๆซะด้วย
ว่าไปก็ทึ่งอีก ช่วงหลัีงๆพ่อเริ่มเผยเรื่่องของตัวเองให้ลูกฟัง ผมก็พลอยเชื่อไปด้วยว่าถ้าหากไม่เป็นจริง ก็คงโม้ไม่ออก พ่อไม่ไ่ด้ชอบดูหนัง แต่เลือกจะใช้ชีิวิตกับความจริงมากกว่า เคยคบกับยากูซ่า ดื่มเหล้าสูบบุหรี่จัด ปาจิงโกะเอย เคยซื้อรถสปอร์ตมาขับก็เคย...รู้สึก...ถ้าพ่อไมไ่ด้เมาตอนเล่า ดูเหมือนจะแอบมีลูกสาวที่โน่นอีก.... เล่นคาซิโนจนล้มละลายก็เคยมา่แล้ว (โอ้...พ่อผม =__=...) กร้านประสบการณ์แต่เสียดายที่กลับมาในสภาพแบบนั้น แต่ก็ดีใจนะครับ อย่างน้อยผมก็เคยได้อยู่กับคุณพ่อ..
อ่อ เรื่องความซุ่มซ่ามนั่นก็ด้วย คิดแล้วมันก็เซ็ง บางวันเอารถไปล้มข้างทาง เดี๋ยวตกเก้าอี้ เดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ประจำ เคยเจอหนักสุดคือหัวแตก เอ่อ....หนักศีรษะมันเหวอะออกมาแล้วผมต้องทำแผล =A= หน้าถอดสี...ไม่ไหว..พ่อทนมาได้ยังไงจนถึงทุกวันนี้กันนะครับ
เอาล่ะ บางทีก็มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ท่านจะได้สบาย จะไม่ต้องทนทุกข์กับโลกโหดร้ายแบบนี้ โลกเดี๋ยวนี้มันไม่น่าอยู่เท่าไหร่หรอกครับ ดังนั้น อย่าห่วงผมเลย...ผมสบายดีครับพ่อ
------------------------
บ่นมาก็เยอะแล้ว พรุ่งนี้กะจะไปเชียงใหม่เลย ยังไงก็ฝากความคิดถึงแด่เพื่อนๆทุกคน ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นบล๊อกเหมือนเดิม และคงจะซื้อคอมมือสองแล้วล่ะ ไม่ไหว....ถ้าเก็บต่อไปคงไม่ทันการณ์
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ และพบกันใหม่ ^ ^
edit @ 16 Nov 2009 22:46:23 by Ishin_Kuu+Rare is mind+
edit @ 16 Nov 2009 23:22:12 by Ishin_Kuu+Rare is mind+


